The Gentry วิภาวดี บ้าน L-Shape กับ Inner Court ส่วนตัว สำหรับคนรักความสงบ

เพราะการใช้ชีวิตครอบครัวที่อบอุ่นใจกลางเมืองอาจจะเป็นเป้าหมายสำหรับใครหลาย ๆ คน ซึ่งในปัจจุบันด้วยศักยภาพที่แข็งแกร่ง และพื้นที่ ที่ถูกจำกัดของทำเลเมือง ถูกครอบคลุมไปด้วยตึกสูง คอนโดมิเนียมจนเต็มพื้นที่ ซึ่งเนื้อที่อาจจะไม่เพียงพอต่อสมาชิกครอบครัวขนาดใหญ่ ด้วยเหตุนี้ SC ASSET ได้เล็งเห็นถึงความต้องการที่สูงขึ้น จึงพัฒนาบ้านหรูใจกลางเมือง ให้เป็น The Gentry วิลล่าหรู 3 ชั้นทำเลเมือง ใกล้ทางด่วน และรถไฟฟ้า เสมือนให้คุณได้ใช้ชีวิตในคอนโดมิเนียมหรู แต่มีการขยายพื้นที่การใช้งานให้สามารถตอบรับกับการใช้ชีวิตของครอบครัวขนาดใหญ่ได้เป็นอย่างดี และด้วยการจัดวางฟังก์ชันรูปทรงตัว L จึงทำให้มีพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่เป็น Inner Court ส่วนตัว เพื่อให้คนที่อยู่อาศัยภายในได้ใช้ชีวิตใกล้ชิดธรรมชาติมากยิ่งขึ้น

ซึ่งในวันนี้เราจะพาไปชมโครงการ The Gentry วิภาวดี” วิลล่าหรู  ที่สามารถตอบรับกับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ ด้วยคอนซ็ปต์ “Urban Sanctuary” พื้นที่สำหรับพักผ่อนที่แท้จริง แม้อยู่ใจกลางเมืองที่ไม่หยุดนิ่ง พร้อมให้ความเป็นส่วนตัวสูงสุด เอกสิทธิ์เพียง 10 ครอบครัว  โดยภายในโครงการมีบ้านเดี่ยวทั้งหมด 2 แบบ คือแบบ Hudson และ Tribeca ซึ่งออกแบบโดย คุณน้อง-จิรัฏฐ์ ลัทธิธนธรรม ผู้ออกแบบจาก SC ASSET ที่วันนี้จะมาพูดคุยกับเรา พร้อมทั้งพาไปชมบ้านแบบ Tribeca ด้วย

“The Gentry วิภาวดี” โดดเด่นด้วยการออกแบบในสไตล์ Modern Luxury ด้วยโทนสีขาว-เทาเรียบหรู เพิ่มความอบอุ่นด้วยสีน้ำตาลจากองค์ประกอบไม้และระแนง Façade ซึ่งปกป้องภายในบ้านให้แยกออกจากภายนอกเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับการทำกิจกรรมต่าง ๆ ด้านหน้าต้อนรับเราด้วย Foyer ที่เชื่อมต่อจากพื้นที่จอดรถ พื้นปูด้วยกระเบื้อง COTTO ITALIA COLLECTION ซีรี่ย์ PIETRA สี Lavica Silver สวยงามด้วยลวดลายหินธรรมชาติสีเทากับผิวสัมผัสที่ไม่ลื่นจนเกินไป ให้เราสามารถนั่งใส่รองเท้าก่อนออกไปข้างนอกและด้านในยังมีตู้เก็บรองเท้าโดยเฉพาะ เป็นฟังก์ชันเพื่อการใช้งานที่ตอบโจทย์ Urban Lifestyle ได้อย่างสะดวกสบายมาก ๆ

เมื่อเข้าสู่ภายในตัวบ้าน เราจะพบกับความพิเศษทันทีด้วย Double volume space กับความสูงกว่า 6 เมตรของโถง Living room ซึ่งเชื่อมโยงพื้นที่ชั้น 1 กับชั้น 2 และได้ Space ที่ลื่นไหลเชื่อมต่อการใช้งานทั้งหมดภายใน โดยเฉพาะการเปิดรับมุมมองสวนแบบเต็มที่ ซึ่งเป็นข้อดีจากการวางผังบ้านแบบ L-Shape จึงทำให้บ้านมีพื้นที่ใกล้ชิดกับธรรมชาติ สัมพันธ์กับดีไซน์กระจกสูงภายในห้องโถงที่เปิดเต็มพื้นที่ ให้ Space ภายในที่โปร่ง โล่งและสว่างทั้งวันด้วยแสงจากธรรมชาติ  

การออกแบบพื้นที่ใช้งานในชั้น 1 เน้นความเรียบง่ายแบบ Open Plan จากส่วน Living room จึงเชื่อมต่อสู่ส่วน Dining Area และ Pantry อย่างต่อเนื่องเปิดโล่งถึงกัน เพิ่มบรรยากาศที่เรียบหรูด้วยพื้นกระเบื้องหินอ่อนโทนสีขาวของ COTTO ITALIA COLLECTION ซีรี่ย์ BIANCHEZZA สี Statuario โดยหากเปิดประตูออกจาก Dining Area จะสามารถเชื่อมต่อกับพื้นที่สีเขียวของสวนภายนอกและสระว่ายน้ำซึ่งปูพื้นด้วยกระเบื้องลายหินของ COTTO ITALIA COLLECTION ซีรี่ย์ BALZA สี Ash ให้ผู้อยู่อาศัยสามารถออกไปพักผ่อน สัมผัสกับธรรมชาติซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนตัวของบ้านเรา แต่ในขณะเดียวกันสวนนี้ก็ยังสามารถเชื่อมกับผู้คนในบ้านที่อยู่อาศัยในชั้น 2 และชั้น 3 ผ่านระเบียงที่สามารถเชื่อมโยงมุมมองของทุกคนลงมายัง Court ได้

การออกแบบที่พิเศษซึ่งเป็นจุด Highlight ของบ้านแบบ Tribeca คือผนังลวดลายหินอ่อนสีน้ำเงินเต็มผืนในส่วน Living room ด้วยวัสดุกระเบื้องจาก COTTO GRANDE COLLECTION ซีรี่ย์ LES BIJOUX DE REX สี Sodalite Bleu ซึ่งโดดเด่นด้วยลวดลายและสีสันที่พิเศษ โดยทางผู้ออกแบบตั้งใจที่จะดึงธรรมชาติจากภายนอก ทั้งมุมมองพื้นที่สีเขียวและแสงธรรมชาติเข้าสู่ภายในบ้าน ผ่านความโปร่งใสของช่องหน้าต่างที่สะท้อนความงดงามจากท้องฟ้า เชื่อมต่อมายังความงดงามของผืนผนังลวดลายหินสีน้ำเงินได้อย่างพอเหมาะพอดี

โดยเมื่อมองลงมาจากทางเชื่อมของชั้น 2 โถงนี้ยังให้มุมมองที่งดงามด้วยแสงไฟจาก Chandelier ที่สะท้อนลงบนลวดลายหิน เกิดเป็นบรรยากาศสุดพิเศษ ขับเน้นความสวยงามจากทุกมุมมองภายในบ้าน

สะพานทางเชื่อมของชั้น 2 เชื่อมการใช้งานระหว่างห้องนอนสองห้องที่อยู่ด้านหน้าและด้านหลัง โดยห้องนอนใหญ่หรือ Master Bedroom จะอยู่ในส่วนหน้าบ้าน ซึ่งได้รับความสว่างเต็มที่จากแสงธรรมชาติในขณะที่ยังคงความเป็นส่วนตัวด้วยการดีไซน์ Façade ด้านหน้า ภายในห้องมี Walk-in Closet เชื่อมต่อไปยัง Master bathroom ครบครันทุกฟังก์ชันการใช้งานในพื้นที่กว้างขวาง

ข้อดีของการจัดวางห้องในลักษณะนี้ ทำให้แต่ละห้องแยกจากกันอย่างเป็นสัดส่วน ผู้อยู่อาศัยจึงได้ความเป็นส่วนตัวสูงสุดแต่ก็ยังสามารถรับรู้ถึงความเคลื่อนไหวของคนอื่นภายในบ้าน ผ่าน space ที่ถูกออกแบบให้เชื่อมต่อกันอย่างน่าสนใจ

ห้อนนอนที่ 2 กับระเบียงที่สามารถมองลงมาชมบรรยากาศของสวนด้านล่าง และจากระเบียงนี้ยังสามารถมองเห็นการใช้ชีวิตของสมาชิกคนอื่น ๆ ภายในบ้านได้อีกด้วย

อีกหนึ่งความพิเศษ คือการออกแบบพื้นที่ใช้งานในชั้น 3 ให้มีส่วน Semi-Outdoor ระหว่าง 2 ห้องนอน ซึ่งสามารถใช้เป็นพื้นที่ส่วนกลางของครอบครัว สำหรับทำกิจกรรม เป็นพื้นที่สังสรรค์ ซึ่งบริเวณนี้ยังสามารถเปิดออกสู่ระเบียงขนาดใหญ่ที่มองลงมายัง Court ได้ ช่วยเชื่อมต่อทั้งมุมมองธรรมชาติ และช่วยในเรื่องการระบายอากาศบริสุทธิ์ให้ไหลเวียนเพิ่มความสดชื่นภายในบ้าน

บ้านทุกหลังในโครงการนอกจากถูกออกแบบให้สามารถใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากที่สุด ยังคำนึงถึงความโปร่งสบายไม่อึดอัด ทั้งเรื่องของการวางผังและการจัดพื้นที่ห้องต่างๆ โดยให้ความสำคัญกับการเชื่อมต่อ space และการเชื่อมต่อกับธรรมชาติ ซึ่งการเลือกใช้วัสดุที่ให้ลวดลายหินธรรมชาติอย่างกระเบื้องของ COTTO ITALIA COLLECTION จึงเป็นวัสดุทดแทนธรรมชาติที่เข้ามาเติมเต็มความ Modern Luxury ให้กับบ้านด้วยความสวยงามเทียบเท่าหิน

ซึ่งมีข้อดีทั้งในเรื่องความบางของแผ่น น้ำหนักเบา และเป็นวัสดุกระเบื้องแผ่นใหญ่ จึงสามารถทำการติดตั้งได้ง่ายและรวดเร็ว ในทางตรงกันข้าม ถ้าเราเลือกใช้เป็นวัสดุหินธรรมชาติในขนาดที่ใหญ่พิเศษ อย่างในส่วนผืนผนังของโถง Living room ย่อมจะตามมาด้วยราคาที่สูง และจะต้องไปคัดสรรส่วนที่ให้สายแร่สวย ๆ ซึ่งกระเบื้อง COTTO ITALIA COLLECTION สามารถถ่ายทอดความพิเศษต่าง ๆ เหล่านั้นลงไปบนกระเบื้องทุกแผ่นได้อย่างสมบูรณ์ มีให้เลือกหลากลวดลาย หลายสีสัน นำมาเล่นในการตกแต่งได้หลายลุค และมีหลากหลายพื้นผิวเหมาะกับฟังก์ชันการใช้งานต่าง ๆ จึงสามารถคุมโทนสีในการออกแบบได้ง่าย และที่สำคัญ คือ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ด้วยการคัดสรรทุกความทันสมัยของลวดลายพิเศษที่ไม่เคยเห็นจากที่ไหนมาก่อน  

ขอขอบคุณ
คุณน้อง-จิรัฏฐ์ ลัทธิธนธรรม ผู้ออกแบบจาก SC ASSET